เจดอน ซานโช่ ปีกแนวรุกของทีมปีศาจแดง


เจดอน มาลิค ซานโช่ ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2000 เกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตำแหน่งที่เล่นคือ ปีก ส่วนสูง 180 เซนติเมตร

เจดอน ซานโช่ เกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังด้วยการเข้าสู่อะคาเดมี่ของสโมสร วัตฟอร์ด ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาตามลำดับ โดย ซานโช่มี ทีมสิงโตน้ำเงินคราม เป็นสโมสรที่ชื่นชอบ และมี แฟรงก์ แลมพาร์ด เป็นไอดอล

หลังจากนั้นเจดอน ซานโช่ ค่อยๆ ฉายแววจนได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งในที่สุดทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สมหวังดึงตัว ซานโช่ ในวัยสิบสี่ปี ไปร่วมทีมได้สำเร็จเมื่อปี 2015 ภายใต้กฏระเบียบซื้อ-ขายผู้เล่นดาวรุ่งของอังกฤษ โดยดีลนี้ทีม เรือใบสีฟ้าจ่ายค่าตัว ซานโช่ ให้กับวัตฟอร์ดเป็นเงินเบื้องต้น 66,000 ปอนด์ ในอนาคตค่าตัวจะเพิ่มขึ้นสูงสุดให้ถึง 500,000 ปอนด์

และเมื่อเริ่มเข้ามาสู่ทีม เรือใบสีฟ้า ซึ่งเป็นสโมสรที่มีความเพียบพร้อมทุกด้าน ยิ่งทำให้ เจดอน ซานโช่ พัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด ถึงขนาดที่ประธานสโมสร คาลดูน อัล มูบารัค ประกาศเลยว่า เจดอน ซานโช่ จะได้รับการผลักดันให้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่โดยเร็วที่สุดช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และทีมเรือใบสีฟ้าต้องการที่จะเซ็นต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ซานโช่ เพื่อกันท่าไม่ให้โดนทีมอื่นมาแย่งตัวไป อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวตั้งเงื่อนไขว่าจะตกลงเซ็นก็ต่อเมื่อทีมเรือใบสีฟ้าการันตีโอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ให้กับเขา ซึ่งกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยอมรับว่าเจดอน ซานโช่ เป็นยอดนักเตะที่มีพรสวรรค์ก็จริง แต่ควรจะค่อยๆ สร้างกระดูกและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทีมเยาวชนต่อไปก่อน

อีกทั้งแผงแนวรุกของทีมเรือใบสีฟ้าในเวลานั้นก็เต็มไปด้วยแข้งนักเตะซีเนียร์ระดับพระกาฬทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, แบร์นาโด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เลรอย ซาเน่ ดังนั้นการที่จะการันตีโอกาสลงสนามให้กับดาวรุ่งอายุแค่ 17 ปี จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อการเจรจาไม่ลงตัว ทำให้เจดอน ซานโช่ แสดงทีท่าชัดเจนว่าต้องการย้ายทีม และเป็นทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา ที่กระโดดเข้ามาเจรจาและดึงตัว เจดอน ซานโช่ ไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2017 โดยทีมดอร์ทมุนด์การันตีว่า ซานโช่ จะได้เข้าสู่ทีมชุดใหญ่ พร้อมกับมอบเสื้อเบอร์เจ็ดให้ทันที หลังจากเจ้าของเดิมคือ อุสมาน เดมเบเล่ ย้ายไปยังทีมบาร์เซโลน่า

สำหรับฤดูกาลแรกกับเสือเหลือง ซานโช่ได้ลงสนามในบุนเดสลีกา 12 นัด ยิงไป 1 ประตู ในซีซั่น 2017-18 ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับนักเตะอายุเพียง 17 ย่าง 18 ปี ที่ออกมาค้าแข้งในลีกระดับท็อปของยุโรปเป็นครั้งแรก

ฤดูกาล 2018-19 เจดอน ซานโช่ ปรับตัวเข้ากับทีมเสือเหลืองได้อย่างลงตัว และระเบิดฟอร์มสุดยอดจนก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีม โดยได้ลงสนามในลีกครบทั้ง 34 นัด (ตัวจริง 26 นัด) และยิงซัดไปถึง 12 ประตู พร้อมกับครองตำแหน่งจอมแอสซิสต์ของลีก หลังจากจ่ายบอลให้เพื่อนจบสกอร์ได้ถึง 18 ครั้ง

ในฤดูกาล 2019-20 กราฟลูกหนังของ เจดอน ซานโช่ พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก ด้วยผลงานลงสนาม 44 นัดในทุกรายการ จัดยิงซัดไป 20 ประตู 20 แอสซิสต์

และล่าสุดในฤดูกาล 2020-21 ฟอร์มของเจดอน ซานโช่ก็ไม่ได้แผ่วลงไปเลย หลังจากกระหน่ำไป 16 ประตู กับอีก 20 แอสซิสต์ ซึ่งสถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ซานโช่ คือตัวรุกที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแอสซิสต์ หรือการจบสกอร์ด้วยตัวเองอันเฉียบขาด

จากฟอร์มอันร้อนแรงตลอดช่วง 1-2 ปีหลังที่ผ่านมานี่เอง ทำให้ชื่อของ ซานโช่ ถูกนำไปโยงกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ปีศาจแดงที่มีข่าวจ้องกระชากตัว ซานโช่ กลับมาลุยลีกผู้ดี มานานนับปี แต่ก็ยังไม่สามารถปิดดีลได้เสียที

กระทั่งล่าสุด แฟนๆ เรดอาร์มี่ก็ได้เฮสนั่นลั่นทุ่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 2021 โดยปีศาจแดงประกาศอย่างเป็นทางการ เปิดตัว ซานโช่ มาร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ พร้อมรับยูนิฟอร์มผีแดงหมายเลข 25 ไปครอบครอง เป็นอันจบมหากาพย์อันยาวนานนับปีลงไปเป็นที่เรียบร้อย

ซานโช่ติดทีมชาติอังกฤษไล่มาตั้งแต่ชุดยู-16, ยู-17 และ ยู-19 โดยมีผลงานเด่นคือตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลยูโร ยู-17 ปี 2017 และแชมป์โลก ยู-17 ในปีเดียวกัน

ในทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ซานโช่ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมสิงโตคำรามนัดแรกด้วยวัย 18 ปี ในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอ โครเอเชีย 0 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2018 จากนั้น ซานโช่ เบิกสกอร์แรกในนามทีมชาติได้ในเกมที่ชนะ โคโซโว 5-0 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2019

ซานโช่ ได้เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติอังกฤษของกุนซือแกเรธ เซาธ์เกต ลุยศึกฟุตบอลยูโร 2020 โดยทีมสิงโตคำรามทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะอกหักพ่ายต่อดวลจุดโทษต่อ อิตาลี 2 ต่อ 3 ซึ่ง ซานโช่ เป็น 1 ใน 3 แข้งอังกฤษที่สังหารจุดโทษพลาด และจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ของทัวร์นาเมนต์

ผลงาน ซานโช่

ทีมเสือเหลือง:
แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2020-21
แชมป์เดเอฟเบ ซูเปอร์คัพ 2019
ติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกา 2018-19, 2019-20

ทีมชาติอังกฤษ:
รองแชมป์ยูโร 2020
แชมป์โลก ยู-17 ปี 2017
รองแชมป์ยูโร ยู-17 ปี 2017
ผู้เล่นยอดเยี่ยมฟุตบอลยูโร ยู-17 ปี 2017